วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปฏิทินการคัดเลือกฯ (Admissions กลาง) ประจำปีการศึกษา 2559


ปฏิทินการคัดเลือกฯ (Admissions กลาง) ประจำปีการศึกษา 2559
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ประกาศปฏิทินระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบคัดเลือก รวม (Central University Admissions System: CUAS) หรือการสอบ admissions ระบบกลาง ประจำปีการศึกษา 2559 ดังรายละเอียด ต่อไปนี้
GAT PAT 1/59
1-20 กันยายน 2558 รับสมัครสอบ GAT PAT 1/59
29 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2558 สอบ GAT PAT 1/59
12 มกราคม 2559 ประกาศผลสอบ GAT PAT 1/59
GAT PAT 2/59
6-25 มกราคม 2559 รับสมัครสอบ GAT PAT 2/59
5-8 มีนาคม 2559 สอบ GAT PAT 2/59
12 เมษายน 2559 ประกาศผลสอบ GAT PAT 2/59
9 วิชาสามัญ
1-20 ตุลาคม 2558 สมัครสอบ 9 วิชาสามัญ 59
26-27 ธันวาคม 2558  สอบ 9 วิชาสามัญปี 59
8 ก.พ.59 ประกาศผลสอบ 9 วิชาสามัญ 59
O-NET ประจำปีการศึกษา 2558
6-7 กุมภาพันธ์ 2559 สอบ O-NET
21 มีนาคม 2559 ประกาศผลสอบ O-NET
ระบบเคลียริ่งเฮาส์
ยืนยันสิทธิ วันที่ 22 เมษายน 2559
คัดเลือก วันที่ 26-29 เมษายน 2559
**สอท.แจ้งรายชื่อผู้ที่ยืนยันสิทธิไปยังสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมในระบบเคลียริ่งเฮาส์ และตัดสิทธิการสมัครในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ วันที่ 6 พฤษภาคม 2559

แอดมิชชั่น 59
6-17 พฤษภาคม 2559 จำหน่ายระเบียบการแอดมิสชั่นส์
10-17 พฤษภาคม 2559 รับสมัครแอดมิสชั่นส์
10-19 พฤษภาคม 2559 ชำระเงินค่าสมัคร
5 มิถุนายน 2559 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย
14-17 มิถุนายน 2559 สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย
1 กรกฎาคม 2559 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา
แอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2559 จะขยับเร็วขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการประกาศผลสอบ 9 วิชาสามัญ และ GAT/PAT
องค์ประกอบในการคัดเลือกแอดมิสชั่นส์ ยังคงใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) 20% โอเน็ต 30% ตามเดิม แต่ลดลงเหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้
จัดสอบคือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ ในสัดส่วนวิชาละ 6% ส่วน 3 กลุ่มสาระฯ ที่เหลือ คือ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี จะรวมอยู่ในคะแนน GPAX ซึ่งจัดสอบโดยโรงเรียนอยู่แล้ว
ส่วนการคัดเลือกในระบบรับตรงร่วมกัน หรือระบบเคลียริ่งเฮาส์ จากเดิมใช้ 7 วิชาสามัญ ได้แก่ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา จะเพิ่มเป็น 9 วิชาสามัญ โดยเพิ่มวิชาคณิตศาสตร์ทั่วไปและวิทยาศาสตร์ทั่วไป เริ่มใช้ในปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป คาดว่าจะมีนักเรียนเข้าสอบเพิ่มขึ้น จากเดิม 1.7 แสนคน เป็น 2.5 แสนคน
ปฏิทินสอบ Admission 2559
 กิจกรรม วัน-เดือน-ปี
 รับสมัครสอบวิชา 9 วิชาสามัญ1-20 ตุลาคม 2558
 กำหนดสอบ 9 วิชาสามัญ26-27 ธันวาคม 2558
 ประกาศผลสอบ 9 วิชาสามัญ8 กุมภาพันธ์ 2559
 รับสมัครสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1/25591-20 กันยายน 2558
 กำหนดสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1/255929 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2558
 ประกาศผลสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 1/255912 มกราคม 2559
 สอบ O-NET ปีการศึกษา 25586-7 กุมภาพันธ์ 2559
 ประกาศผลสอบ O-NET ปีการศึกษา 255921 มีนาคม 2559
 รับสมัครสอบ GAT-PAT ครั้งที่ 2/25596-25 มกราคม 2559
 กำหนดสอบ GAT-PAT ครั้งที่ 2/25595-8 มีนาคม 255
 ประกาศผลสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/255912 เมษายน 2559
 มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมในระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ส่งรายชื่อผู้ผ่านการ
คัดเลือกไปยัง สอท. จัดทำข้อมูลสำหรับประกาศให้นักเรียนยืนยันสิทธิ์
26-29 เมษายน 2559
 นักเรียนยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือก22 เมษายน 2559
 สอท. แจ้งรายชื่อผู้ที่ยืนยันสิทธิ์ไปยังมหาวิทยาลัย และตัดสิทธิ์การ สมัครในระบบแอดมิชชั่นกลาง6 พฤษภาคม 2559
 จำหน่ายระเบียบการคัดเลือกฯ ในระดับแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 25596-17 พฤษภาคม 2559
 รับสมัครแอดมิชชั่น 255910-17 พฤษภาคม 2559
 ชำระเงินค่าสมัครแอดมิชชั่น 255910-19 พฤษภาคม 2559
 ผู้สมัครตรวจสอบคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกแอดมิชชั่น 25595 มิถุนายน 2559
 ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย5 มิถุนายน 2559
 สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย14-17 มิถุนายน 2559
 ประกาศผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา1 กรกฎาคม 2559
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สรุปรายชื่อสนามสอบ ครั้งที่ 1 ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี
ที่มา : Sanook

คะแนนต่ำสุดและสูงสุดของแต่ละคณะในระบบแอพดมิชชั่น

คะแนนสูงสุด-ต่ำสุด การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
ในระบบ Admission กลาง ประจำปีการศึกษา 2559
 


สามารถดูและตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์  http://admission.cuas.or.th/adm59mxmn/ 
โดยเลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการทราบ 


วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559

คลิปตัดต่อวิดิโอ 5 นาที


ตัดต่อวิดิโอให้เป็น ภายใน 5 นาที 



ที่มา : ยูทูป, https://www.youtube.com/watch?v=-nVa2K0HyNU

ความรู้พื้นฐานในการสร้างวิดิโอ


ความรู้พื้นฐานในการสร้างวิดิโอ


การสร้างวีดีโอ   มีหลักการทางทฤษฎี 3 ขั้นตอน หรือ 3 P

- Pre-Production คือ การเตรียมการก่อนการผลิต
- Production คือ การดำเนินการถ่ายทำ
- Post-Production คือ การตัดต่อและการนำเสนอ

ดังนั้น การจะสร้างงานออกมาให้ดีและเป็นที่น่าสนใจ เราจำเป็นต้องเตรียมการในเรื่องเหล่านี้
- Concept & Theme
- Script & Story Board

Concept & Theme
     เป็นการกำหนดแนวคิดและทิศทางของคลิปวีดีโอเรา รวมถึงรูปแบบในการนำเสนอ เช่น คลิป"ส่งเสริมการปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว" มี Concept คือ ต้องนำเสนอความสนุกสนานในการปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ดังนั้น Theme ของเรื่องนี้ก็คือ สถานที่และเส้นทาง ที่สวยงาม  ซึ่งจะส่งผลต่อ Script และ Storyboard จะต้องดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน
Script
     สคริปต์ หรือ บท คือรายละเอียดของตัวละคร, ฉาก, มุมกล้อง, การตัดต่อ, ตัวหนังสือ, เสียงประกอบ ฯลฯ ทุกอย่างต้องระบุในสคริปต์ทั้งหมด เพื่อให้ได้ผลลัพท์ตามที่ต้องการ

Story board
    ตามหลักการของการสร้างภาพยนตร์ เป็นภาพวาดแบบร่าง ที่สร้างขึ้นจากสคริปต์ หากระบุรายละเอียดได้มาก การทำงานจะสะดวกมากขึ้น   ในทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จะสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบ 3D-Animation บันทึกเสียงประกอบแบบภาพยนตร์จริงๆ  หรือง่ายๆก็คือภาพ sketch ใน shot ต่างๆ พร้อมคำบรรยาย หรือ บทสนทนา เป็นการช่วบลำดับเหตุการณ์
      


ตัวอย่างตาราง story bord

ประโยชน์ของ Story Board
  • ช่วยควบคุมเรื่องราวให้อยู่ใน Concept ที่วางไว้
  • ลำดับเหตุการณ์ก่อน-หลัง
  • ทราบเวลาที่ใช้คร่าาวๆ

ที่มา : เว็บไซต์ไทเกอร์สไมล์,http://www.tigersmile.net/2014/10/blog-post.html

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตัวอย่างการออกแบบ


ตัวอย่างการออกแบบ



















การออกแบบ


การออกแบบ ( Design )   


การออกแบบ  คือ  ศาสตร์แห่งความคิด และต้องใช้ศิลป์ร่วมด้วย เป็นการสร้างสรรค์ และการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ เพื่อสนองต่อจุดมุ่งหมาย และนำกลับมาใช้งานได้อย่างน่าพอใจ ความน่าพอใจนั้น แบ่งออกเป็น 3 ข้อหลักๆ ได้ดังนี้
1. ความสวยงาม เป็นสิ่งแรกที่เราได้สัมผัสก่อน คนเราแต่ละคนต่างมีความรับรู้เรื่อง ความสวยงาม กับความพอใจ ในทั้ง 2 เรื่องนี้ไม่เท่ากัน จึงเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอย่างมาก และไม่มีเกณฑ์ ในการตัดสินใดๆ เป็นตัวที่กำหนดอย่างชัดเจน ดังนั้นงานที่เราได้มีการจัดองค์ประกอบที่เหมาะสมนั้น ก็จะมองว่าสวยงามได้เหมือนกัน
2. มีประโยชน์ใช้สอยที่ดี เป็นเรื่องที่สำคัญมากในงานออกแบบทุกประเภท เช่นถ้าเป็นการออกแบบสิ่งของ เช่น เก้าอี้,โซฟา นั้นจะต้องออกแบบมาให้นั่งสบาย ไม่ปวดเมื่อย ถ้าเป็นงานกราฟฟิค เช่น งานสื่อสิ่งพิมพ์นั้น ตัวหนังสือจะต้องอ่านง่าย เข้าใจง่าย ถึงจะได้ชื่อว่า เป็นงานออกแบบที่มีประโยชน์ใช้สอยที่ดีได้
3. มีแนวความคิดในการออกแบบที่ดี เป็นหนทางความคิด ที่ทำให้งานออกแบบสามารถตอบสนอง ต่อความรู้สึกพอใจ ชื่นชม มีคุณค่า บางคนอาจให้ความสำคัญมากหรือน้อย หรืออาจไม่ให้ความสำคัญเลยก็ได้ ดังนั้นบางครั้งในการออกแบบ โดยใช้แนวความคิดที่ดี อาจจะทำให้ผลงาน หรือสิ่งที่ออกแบบมีคุณค่ามากขึ้นก็ได้




ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ


ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ



   1. ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสัมพันธ์กับความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเทคโนโลยีจึงเกิดการใช้ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้เทคโนโลยีก็เพื่อแก้ปัญหาทางเทคโนโลยี เทคโนโลยีใช้เพื่อเสริมการแก้ปัญหา นั่นก็คือ การนำความรู้วิทยาศาสตร์ไปคู่การปฏิบัตินั่นเอง
   2. ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ศาสตร์ การเรียนรู้การทำงานตามกระบวนการทางเทคโนโลยีต้องอาศัยทักษะทางภาษา ซึ่งเป็นศาสตร์หนึ่งของวิทยาศาสตร์
   3.  ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับสังคมศาสตร์  เทคโนโลยีช่วยให้มนุษย์เข้าใจประวัติความเป็นมาของตนเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งช่วยกำหนดอนาคตและความเป็นอยู่ของมนุษย์
   4. ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ มีการใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงเส้นทางขนส่งเพื่อหาเส้นทางขนส่งที่ต้นทุนต่ำสุดทำให้การจัดส่งไม่ผิดพลาดเสียหายและทันเวลา เทคโนโลยีที่นำมาใช้ เช่น เทคโนโลยี GIS
    5.  ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับเกษตรกรรมในปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเกษตร ทั้งการผลิตคิดค้นเครื่องจักรกลทางการเกษตรและพัฒนากระบวนการผลิตแทนการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ใช้กำลังคน
   6. ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมการผลิต การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผลิตได้ปริมาณมากขึ้น ประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนการผลิต และลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน